BUSINESS
นี่คือสาเหตุที่สำคัญที่สุดครับ หากดูเส้นใยขนแกะผ่านกล้องขยาย จะเห็นว่าผิวชั้นนอกสุดประกอบด้วย เกล็ด (Scales) เล็กๆ จำนวนมากซ้อนทับกันคล้ายเกล็ดปลาหรือหลังคา
เมื่อแห้ง: เกล็ดเหล่านี้จะเรียงตัวราบไปตามเส้นใย ทำให้ขนแกะมีความนุ่มและยืดหยุ่น
เมื่อเปียกน้ำและโดนความร้อน: น้ำและความร้อนจะทำให้เกล็ดเหล่านี้เปิดอ้าออก
เมื่อเกิดแรงขยี้/ปั่น (Agitation): แรงรอบหมุนในเครื่องซักผ้า หรือการขยี้แรงๆ จะทำให้เส้นใยขนแกะเสียดสีกัน เกล็ดที่เปิดอ้าอยู่จะเข้าไปเกี่ยวกระวัดและล็อกเข้าด้วยกันอย่างหนาแน่น ทำให้เส้นใยพันกันจนแกะไม่ออก กระบวนการนี้เรียกว่า “Felting”
ผลลัพธ์: เสื้อผ้าจะหดตัวลงอย่างมาก เนื้อผ้าจะหนาขึ้น ดื้อ แข็ง และเสียความนุ่มนวลไปโดยสิ้นเชิง ซึ่งเป็นความเสียหายถาวร
ขนแกะสามารถดูดซับน้ำได้มาก
น้ำหนัก: เมื่อเปียกน้ำ ขนแกะจะมีน้ำหนักมหาศาล หากนำไปแขวนตากในขณะที่ยังเปียกชุ่ม น้ำหนักของน้ำจะดึงรั้งให้เส้นใยยืดตัวออก ทำให้เสื้อผ้าเสียทรง ย้วย และผิดเพี้ยนไปจากขนาดเดิม
การหดตัวจากการตาก: ในทางกลับกัน หากได้รับความร้อนสูงจากการตากแดดจัดหรือเครื่องอบผ้า เกล็ดจะล็อกตัวอย่างรวดเร็วทำให้หดตัว
บนเส้นใยขนแกะแท้จะมีน้ำมันตามธรรมชาติที่เรียกว่า ลาโนลิน (Lanolin) เคลือบอยู่ ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยกันน้ำเบาๆ และทำให้เส้นใยมีความอ่อนนุ่ม สารซักฟอกทั่วไปที่ไม่ใช่สำหรับขนแกะโดยเฉพาะ มักมีความรุนแรงและจะชะล้างลาโนลินออกไป ทำให้ขนแกะแห้ง กรอบ และสูญเสียความเงางาม
วิธีดูแลรักษาผ้าขนแกะที่ถูกต้อง
ส่งซักแห้ง (Dry Clean): เป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเสื้อโค้ท สูท หรือเสื้อถักราคาแพง
ซักมืออย่างอ่อนโยน: หากจำเป็นต้องซักน้ำ ให้ใช้น้ำเย็นหรือน้ำอุ่นอ่อนๆ (ไม่เกิน 30°C) คู่กับ น้ำยาซักผ้าสำหรับขนแกะโดยเฉพาะ ขยี้เบาๆ ห้ามบิด
การตาก: ห้ามบิดผ้า ให้ใช้ผ้าขนหนูซับน้ำออกเบาๆ แล้ววาง ราบ (Flat dry) บนตาข่ายตากผ้าในที่ร่ม อากาศถ่ายเทสะดวก ห้ามแขวนและห้ามโดนแดดจัด